มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemia, Leukeamia)

เป็นมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เม็ดเลือด ทำให้มีการสร้างเม็ดเลือดชนิดผิดปกติออกมามากกว่าปกติ และจะไปรบกวนการสร้างเม็ดเลือดปกติ ทำให้จำนวนเม็ดเลือดที่ปกตินั้นมีจำนวนลดน้อยลง

ในร่างกายคนปกติมีเลือดประมาณ 70 ซีซี ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ประมาณ 55-60% ของเลือดเป็นส่วนที่เรียกว่า พลาสมาหรือ น้ำเลือด ที่เหลือเป็นส่วนของ เม็ดเลือดในส่วนที่เป็นเม็ดเลือดยังแบ่งออกเป็นชนิดใหญ่ๆ ได้ 3 ชนิด คือ
1. เม็ดเลือดแดง มีหน้าที่นำออกซิเจนไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย
2. เม็ดเลือดขาว ทำหน้าที่คล้ายตำรวจ คอยต่อสู้กับเชื้อโรคซึ่งเปรียบได้กับผู้ร้าย
3. เกล็ดเลือด มีหน้าที่เกี่ยวกับการห้ามเลือดในเวลาที่ร่างกายมีเลือดออก

ในภาวะปกติ เม็ดเลือดทั้ง 3 ชนิด สร้างจากเซลล์ในไขกระดูกซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่อยู่ในแกนกลางของกระดูกทั่วไป ในคนปกติจะมีเม็ดเลือดอยู่หลายชนิด เม็ดเลือดแต่ละชนิดจะมีอายุขัยในร่างกายคนแตกต่างกันไป เช่น เม็ดเลือดแดงมีอายุ 120 วัน, เม็ดเลือดขาวมีอายุ 2-3 สัปดาห์ เป็นต้น  เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วก็จะถูกปล่อยออกมาจากไขกระดูก เข้าเส้นเลือด ออกไปทำหน้าที่ต่างๆ กัน แล้วแต่ชนิดของเม็ดเลือดนั้นๆ เมื่อครบอายุของเม็ดเลือดนั้นๆ แล้วก็จะถูกทำลายไป ซึ่งส่วนใหญ่การทำลายนี้จะเกิดขึ้นที่ม้าม แล้วก็จะมีเม็ดเลือดที่เกิดมาใหม่มาทำหน้าที่ทดแทนเป็นเช่นนี้ไปเรื่อยๆ

ในคนปกติการสร้างและการทำงายเม็ดเลือดนี้จะ อยู่ภายใต้กลไกการควบคุมของร่างกายเพื่อให้เกิดความสมดุลย์กัน เมื่อใดก็ตามที่กลไกการ ควบคุม ดังกล่าวเสียไป ทำให้การสร้างและการ ทำงานไม่ได้สมดุลย์กันก็จะเกิดเป็นพยาธิสภาพขึ้น หากร่างกายไม่สามารถควบคุมการแบ่งตัวที่ผิดปกติเหล่านี้ไว้ได้  จำนวนเม็ดเลือดที่เกิดผิดปกติก็จะมากขึ้นเรื่อยๆ และเกิดภาวะมะเร็งขึ้น

อาการ
1. เลือดจาง ซีด
2. หน้ามืด เวียนศีรษะ เหนื่อยง่าย
3. เลือดออกง่ายบริเวณผิวหนัง เหงือก เป็นจ้ำตามตัว
4. ต่อมน้ำเหลืองโต อาจพบก้อนในท้องเนื่องจากตับ ม้ามโต
5. ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายผิดปกติ เป็นโรคติดเชื้อได้ง่าย มีไข้

นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการอื่น ๆ อีก เช่น อาการมีไข้ขึ้น หนาวสั่น น้ำหนักลด มีอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ และเมื่อเซลล์มะเร็งเกิดการแพร่กระจายไปยังตับและม้าม ก็จะทำให้ตับโต และม้ามโตได้ และถ้าหากเซลล์มะเร็งเกิดการแพร่กระจายไปยังกระดูก ก็จะส่งผลทำให้มีอาการปวดกระดูกและข้อได้เช่นกัน

สาเหตุ - จากผู้ที่ได้ทำการศึกษาไว้ มีสาเหตุหลายอย่างเช่น
1. สารกัมมันตภาพรังสี
2. รังสีเอกซเรย์
3. สารเคมีบางอย่าง
4. เชื้อจุลินทรีย์พวกไวรัสบางชนิด

Ш ǎ Ш 

ลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน Acute leukemia

ลิวคีเมียชนิดเฉียบพลัน มีการสร้างเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติอย่างรวดเร็ว การสร้างเม็ดเลือดแดงและเกล็ดเลือดในไขกระดูก ถูกแย่งที่ไป เกือบหมด

ทำให้ผู้ป่วย มีอาการ ซีดลงในระยะเวลาอันสั้น ทำให้มีอาการอ่อนเพลีย ไม่มีแรง เพราะมีเลือดน้อย เกล็ดเลือดที่ต่ำลงทำให้มีอาการเลือด ออกตามที่ต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตาม ไรฟัน และผิวหนัง

และเนื่องจากเม็ดเลือดขาวที่มากกว่าปกตินั่นเป็นเม็ดเลือดขาวที่รูปร่างหน้าตา และการ ทำงานผิดปกติไปจากเดิมเม็ดเลือดขาวปกติหายไปเกือบหมดทำให้มีการติดเชื้อง่ายเปรียบเทียบได้กับตำรวจที่ถูกสิ่งแวดล้อมและความเย้ายวนต่างๆ มาชักจูงให้กลายเป็นตำรวจที่ไม่ดี ไม่ปราบปรามผู้ร้าย ปล่อยให้ผู้ร้ายเต็มบ้าน เต็มเมืองแล้วตัว เองก็ยังคอยรังแกชาวบ้านอีกด้วย ทำให้ผู้คนเดือด ร้อนไปทุกหลังคาเรือน

ถ้าเป็นชนิดเฉียบพลัน ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจากการที่เม็ดเลือดชนิดปกติมีจำนวนลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว ผู้ป่วยจะมีอาการซีด, มีไข้ขึ้น หรือมีจุดจ้ำเลือดขึ้นตามตัวอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือนหลังจากเป็นโรค

การรักษา

การรักษา โดยทั่วไปจะใช้วิธีการรักษาด้วย ยาเคมีบำบัด เป็นหลัก นอกจากนี้แพทย์อาจใช้วิธีการ ปลูกถ่ายไขกระดูก และ รังสีรักษา เพื่อเสริมการรักษา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของมะเร็งเม็ดเลือดขาว การตอบสนองต่อการรักษา ด้วยยาเคมีบำบัด และอายุของผู้ป่วยด้วย

การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวแตกต่างกันไปตามชนิดของมะเร็ง และสภาพของผู้ป่วยแต่ละคน การรักษามะเร็งเม็ดเลือดขาวแบบเฉียบพลันมีเป้าหมายคือต้องการให้โรคเข้าสู่ ระยะสงบ (remission) ระยะสงบเป็นระยะที่จำนวนของเซลล์มะเร็งลดลง และเซลล์ปกติมีจำนวนและหน้าที่กลับมาปกติ ผู้ป่วยที่เข้าสู่ระยะสงบจะอยู่ในระยะนี้ได้ประมาณ 3-9 เดือน หลังจากนั้นผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับ เป็นโรคใหม่ (relapse)

การรักษาเพื่อให้เข้าสู่ระยะสงบนั้นรักษาด้วยการใช้ยาเคมีบำบัด (chemotherapy) ขนาดค่อนข้างสูงเข้าทางเส้นเลือด หลังจากให้ยา ผู้ป่วยจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน ผมร่วง และเม็ดเลือดต่ำลง ทำให้ติดเชื้อง่ายและมีไข้ ระยะนี้เป็นระยะที่เกิดภาวะแทรกซ้อนและอันตรายถึงชีวิตได้ง่าย ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อให้ยาปฏิชีวนะและให้เลือดประมาณ 3-4 สัปดาห์ หลังจากนั้นหากผู้ป่วยไม่เสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อน ก็จะฟื้นตัวเข้าสู่ระยะสงบ ระยะนี้เป็นระยะที่ผู้ป่วยจะมีอาการปกติเหมือนตอนก่อนจะป่วย แต่เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับเป็นโรคใหม่ จึงต้องให้การรักษาเพื่อที่จะป้องกันการกลับเป็นโรคใหม่ โดยการให้ยาเคมีบำบัดซ้ำในขนาดสูง หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก

ดังนั้นผู้ป่วยแต่ละรายมักจะต้องได้เคมีบำบัดหลายรอบหลายครั้ง โดยทั่วไปประมาณ 3-6 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกันประมาณ 2-3 เดือน ในปัจจุบันเราสามารถรักษาผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลันให้หายขาดได้ประมาณ 1 ใน 3 ถึง 1 ใน 2 ของผู้ป่วยทั้งหมด การที่ผู้ป่วยแต่ละรายจะหายขาดหรือไม่ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง แต่ที่สำคัญที่สุดคืออายุและสภาพร่างกายของผู้ป่วย และชนิดความผิดปกติทางพันธุกรรมของมะเร็งเม็ดเลือดขาวที่ผู้ป่วยเป็น

Ш ǎ Ш 

การพยากรณ์โรค 

ผู้ป่วยมะเร็งเม็ดโลหิตขาวชนิดเฉียบพลัน ที่ไม่ได้รับการรักษาจะถึงแก่กรรมอย่างรวดเร็วภายใน เวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์เนื่องจากภาวะไขกระดูกล้มเหลวทำให้ผู้ป่วยติดเชื้อรุนแรงหรือเลือดออกในอวัยวะที่สำคัญ ผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยโปรแกรมการรักษาที่เหมาะสมมีโอกาสเข้าสู่ภาวะโรคสงบ ประมาณ ร้อยละ 70-85 ในผู้ป่วยผู้ใหญ่ที่ได้รับการรักษาเต็มที่สามารถหวังผลหายขาดได้ประมาณร้อยละ 20-40 ทั้งนี้ขึ้นกับ อายุของผู้ป่วย จำนวนเม็ดเลือดขาวเมื่อแรกวินิจฉัย และความผิดปกติของโครโมโซมที่ตรวจพบ 

Ш ǎ Ш 

แหล่งอ้างอิง

- แสงสุรีย์ จูฑา. "ลิวคีเมีย." รามาธิบดี. 10 (ธันวาคม-มกราคม 2523) : 19-23
- เวปไซด์ siamhealth.net
- เวปไซด์ศูนย์มะเร็ง คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่
- Wikipedia

Comment

Comment:

Tweet

ถึงจะเคยคิดว่าน่ากลัว แต่ถ้าไม่ได้อ่านก็คงไม่รู้ว่าน่ากลัวขนาดนี้ แต่อย่างน้อยก็มีโอกาสหายเยอะเหมือนกันนะ เพราะงั้น

Always keep the faith

อาจจะเบื่อคำนี้แล้ว แต่มันก็คงใช้ได้ดีในเวลาแบบนี้ ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้ พี่ก็แค่คนๆ นึงเท่านั้นเอง

Your selfish maybe as much as I have now, so ashame of myself...

but I know I'll be ok, so plz be fine ^^

#1 By Nashi on 2009-09-06 20:58